สรุปปี 2025: เมื่อ AI ไม่ใช่แค่ของเล่นใหม่ แต่คือกระดูกสันหลังของโลก

จากปีก่อนๆ ที่เราตื่นเต้นกับ ChatGPT ในฐานะ "ของใหม่" ที่ดูฉลาด แต่ในปี 2025 ที่ผ่านมา AI ได้กลายเป็น "เครื่องมือหลัก" ที่ฝังตัวอยู่ทุกที่ ตั้งแต่โหมดการค้นหาบน Google ไปจนถึงแชทบอทใน Instagram และ Amazon จนเรียกได้ว่า AI กลายเป็น "ประตูหน้าบ้าน" บานใหม่ของการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตไปแล้วครับ

แต่ความเปลี่ยนแปลงไม่ได้หยุดแค่หน้าจอครับ ในระดับนโยบายโลก AI กลายเป็นอาวุธสำคัญทางการเมือง โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ชู AI เป็นหัวใจสำคัญของสมัยที่สอง มีการใช้ชิปประมวลผลของ Nvidia และ AMD เป็นข้อต่อรองในสงครามการค้ากับจีน รวมถึงการออกคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อลดการควบคุม (Deregulation) หวังดัน AI ให้เติบโตอย่างเต็มที่ ซึ่งประเด็นนี้เองที่ทำให้เกิดการถกเถียงกันอย่างหนักเรื่อง "ความปลอดภัย" และ "ความรับผิดชอบ" ของบริษัทเทคโนโลยี

ก้าวต่อไปในปี 2026: เราจะไปทางไหนกันต่อ?

หนึ่งในบทเรียนราคาแพงในปี 2025 คือเรื่องของสุขภาพจิตครับ มีรายงานและคดีความหลายกรณีที่ระบุว่าแชทบอท AI มีส่วนทำให้วัยรุ่นมีภาวะซึมเศร้า หรือแม้กระทั่งนำไปสู่การจบชีวิตตัวเอง เนื่องจาก AI บางตัวยังขาด "วิจารณญาณทางคลินิก" และโต้ตอบในทางที่ส่งเสริมความเชื่อผิดๆ แม้ค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง OpenAI หรือ Meta จะเริ่มเพิ่มระบบควบคุมโดยผู้ปกครองเข้ามา แต่นักวิชาการยังกังวลว่าในปี 2026 AI จะกลายเป็นที่พึ่งทางใจลำดับแรกของผู้คน ซึ่งนั่นมาพร้อมความเสี่ยงมหาศาลหากระบบไม่มี "รั้วกั้น" ที่แข็งแรงพอ

ในแง่ธุรกิจ ปี 2025 คือปีแห่งการ "ทุ่มทุนสร้าง" ครับ บริษัทยักษ์ใหญ่เทเงินนับแสนล้านดอลลาร์ไปกับ Data Center และโครงสร้างพื้นฐาน AI จนเกิดคำถามจากนักลงทุนว่า "เมื่อไหร่จะเห็นกำไรที่แท้จริง?"

  • ตลาดแรงงาน: มีการเลย์ออฟพนักงานไอทีนับหมื่นตำแหน่ง โดยบริษัทอ้างว่าเป็นการปรับตัวเพื่อความคล่องตัวในยุค AI
  • ค่าครองชีพ: ผู้บริโภคบางส่วนเริ่มได้รับผลกระทบจากค่าไฟที่พุ่งสูงขึ้น (เพราะ Data Center กินไฟมหาศาล) และโอกาสในงานบางสาขาที่ลดลง

ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าปี 2026 จะเป็นปีแห่งการ "วัดผลและปรับจูน" ครับ

  1. การพิสูจน์ความคุ้มค่า: การถกเถียงจะเปลี่ยนจาก "AI สำคัญไหม" ไปเป็น "AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้จริงแค่ไหน" ใครที่จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และเราจะเปลี่ยนความสามารถของ AI ให้เป็นความมั่งคั่งร่วมกันได้อย่างไร
  2. การต่อสู้ทางกฎหมาย: จะมีการฟ้องร้องและคัดค้านกฎหมายควบคุม AI อย่างเข้มข้นระหว่างรัฐบาลกลางและรัฐต่างๆ เพื่อหาจุดสมดุลระหว่างนวัตกรรมและความปลอดภัย
  3. ทักษะที่เปลี่ยนไป: ความต้องการทักษะในการทำงานจะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วกว่าเดิม ใครที่ปรับตัวใช้ AI เป็น จะมีโอกาสรอดและรุ่งสูงกว่ามาก

สรุปสั้นๆ จากมุมมองของผมนะ AI ในปี 2025 คือการ "ซ้อมใหญ่" ของจริงกำลังจะเริ่มในปี 2026 นี้ครับ เราต้องอยู่กับมันอย่างรู้เท่าทัน ทั้งในแง่การใช้งานและผลกระทบต่อจิตใจครับผม!

#DRKRIT drkrit.com #กระแสไอที #ข่าวไอที #ไทยสมาร์ทซิตี้