เมื่อหุ่นยนต์ครองเมือง (ลาสเวกัส)
ในงานปีนี้ ผมเห็นหุ่นยนต์เต็มไปหมด ตั้งแต่หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รูปร่างเหมือนมนุษย์ที่เดินโบกมือทักทายฝูงชน ไปจนถึงหุ่นยนต์สี่ขาหน้าตาคล้ายสุนัขที่เดินสวนกันไปมาจนเกือบชนขาผม หุ่นยนต์เหล่านี้ไม่ได้มาแค่โชว์ตัวสวยๆ แต่ถูกออกแบบมาทำงานจริง ตั้งแต่เล่นหมากรุกไปจนถึงช่วยผ่าตัดกระดูกสันหลัง
แม้หลายอย่างในงาน CES มักจะเป็นแค่ "ของโชว์" ที่อาจจะยังไม่เกิดขึ้นจริงเร็วๆนี้ หรือของแพงจนเอื้อมไม่ถึง แต่สิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือ ยักษ์ใหญ่ทุกค่ายเดิมพันหมดตัวกับ AI ไม่ว่าจะเป็นตู้เย็นที่เปิดด้วยเสียง หรือชิปประมวลผลรุ่นใหม่ล่าสุดที่แรงทะลุพิกัด
ฟองสบู่ หรือ แค่จุดเริ่มต้น?
มีคนถามผู้บริหารระดับโลกหลายท่านว่า "กลัว AI Bubble (ฟองสบู่ AI) ไหม? คำตอบที่ได้ก็น่าสนใจ
- Amazon: คุณ Panos Panay บอกว่า "เรายังอยู่ในช่วงเริ่มต้นมากๆของสิ่งที่ AI ทำได้ ใครที่บอกว่าเป็นฟองสบู่ ผมมองว่านี่ไม่ใช่กระแสที่มาแล้วไป (Fad) แต่มันจะอยู่กับเราตลอดไป"
- Qualcomm & Intel: สองค่ายชิปยักษ์ใหญ่พยายามบอกว่า พวกเขาไม่ได้เน้นแค่การลงทุนมหาศาลใน Data Center (ซึ่งเป็นจุดที่คนกลัวเรื่องฟองสบู่ที่สุด) แต่เน้นทำให้ AI ใช้งานได้จริงบนโน๊ตบุ๊กและสมาร์ทโฟนในมือคุณ หรือที่เรียกว่า "Local AI" นั่นเอง
- Samsung: ฝั่งพี่ใหญ่เกาหลีบอกว่า "ฟองสบู่หรือไม่ผมไม่รู้" แต่เราโฟกัสแค่ว่า AI มันสร้างประโยชน์ให้ผู้ใช้ได้จริงหรือเปล่า"
ไฮไลท์ที่น่าจับตา หุ่นยนต์ และ อุปกรณ์สวมใส่ (Wearables)
- Atlas จาก Boston Dynamics & Hyundai: หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่นใหม่ที่จับมือกับ Google DeepMind เตรียมลงสนามทำงานในโรงงานจริงๆ ภายในปี 2027 นี้
- Gadgets ใหม่ๆ: มีตั้งแต่แหวนอัจฉริยะ (Index 01) ไปจนถึงเครื่องประดับ AI (Nirva) และสายรัดข้อมือจาก Bee (ของ Amazon) ที่เน้นการโต้ตอบด้วยดสียงและการเก็บข้อมูลพฤติกรรมผู้ใช้ เพื่อให้ AI เข้าใจชีวิตเรามากขึ้น
#DRKRIT drkrit.com #กระแสไอที #ข่าวไอที #ไทยสมาร์ทซิตี้