เมื่อโทรศัพท์โทรออกไม่ได้ และ Google Maps ดับ: บทเรียนราคาแพงจากเหตุการณ์ Verizon ล่ม
ลองจินตนาการดูนะว่า ถ้าตื่นมาแล้วมือถือไม่มีสัญญาณ โทรหาหมอไม่ได้ เข้าแอปฯ ธนาคารไม่ได้ แม้แต่จะดูทางไปร้านอาหารก็ทำไม่ได้ นี่คือสิ่งที่ผู้ใช้บริการ Verizon ในสหรัฐฯ นับแสนรายต้องเผชิญเมื่อวันพุธที่ผ่านมา
เรื่องเล็กที่ไม่เล็ก หาหมอไม่ได้-ของมาส่งไม่ถึง
มีเคสหนึ่งน่าสนใจคือคุณ Tess Coward สาว PR ในนิวเยอรก เธอตื่นมาพร้อมอาการไม่สบาย แต่ดันติดต่อหมอไม่ได้เลย เพราะระบบของพยาบาลต้องส่งรหัส SMS (OTP) มาให้เพื่อล็อกอินเข้าพอร์ตัลผู้ป่วย พอไม่มีสัญญาณมือถือ เธอก็เลยติดแหง็กอยู่กับความกังวลจนถึงเช้าวันพฤหัสบดี
ไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพนะครับ กระทบไปถึง "ปากท้อง" และ "การใช้ชีวิต"ด้วย
- สายกิน/สายเที่ยว: หลายคนไปไหนไม่ถูกเพราะ Google Maps ใช้งานไม่ได้ ต้องใช้วิธีโบราณอย่างการจำทาง หรือรีบดาวน์โหลดแผนที่แบบ Offline ไว้ตั้งแต่ที่บ้าน
- อาชีพไรเดอร์: คนขับ Uber หรือ DoorDash ที่ต้องใช้เน็ตตลอดเวลาในการรับงาน แทบจะขาดรายได้ไปเลยในช่วงนั้น
- การส่งของ: มีเคสวิศวกรซอฟต์แวร์รอรับทีวีเครื่องใหม่ที่บ้าน แต่พนักงานส่งของโทรหาไม่ได้จนต้องยืนรอหน้าตึกเกือบครึ่งชั่วโมง สรุปคือโดนคนส่งของเคืองไปตามระเบียบ
ทาง Verizon ยังไม่ได้ออกมาบอกสาเหตุที่แน่ชัด แต่เบื้องต้นมีการชดเชยให้ลูกค้าคนละ 20 ดอลลาร์ (ประมาณ 700 กว่าบาท)
ผู้เชี่ยวชาญจาก Gartner วิเคราะห์ว่า ปัจจุบันโครงข่ายมือถือพึ่งพา "ซอฟต์แวร์" มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งแม้จะทำให้ระบบฉลาดขึ้น แต่ก็แลกมาด้วยความเสี่ยง หากมีการอัปเดตซอฟต์แวร์ผิดพลาด หรือระบบอัตโนมัติทำงานตีกันเอง แค่จุดเล็กๆ จุดเดียวก็สามารถลามจนเน็ตล่มทั้งประเทศได้เหมือนโดมิโน
ความเปราะบางของสังคมดิจิทัล
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า สังคมเรา "เสพติด" และ "พึ่งพา" อินเทอร์เน็ตมากขนาดไหน มากจนบางครั้งเราลืมไปว่าถ้าวันหนึ่งมันหายไป เราจะรับมือกับมันยังไง
"ในยุคนี้ เราพึ่งพามือถือมากเสียจนไม่รู้ตัว และมันน่ากลัว ที่คิดว่าวันหนึ่งสิ่งที่เราคิดว่าเป็นของตาย อาจจะใช้งานไม่ได้ขึ้นมาจริงๆ"
สรุปสถิติที่น่าสนใจ
- Downdetector: รายงานว่ามีการแจ้งปัญหาเข้ามาถึง 178,000 ครั้ง ภายในเวลาเพียง 15 นาทีในช่วงที่ล่มหนักที่สุด
- รวมยอดแจ้งปัญหาตลอด 24 ชั่วโมง สูงถึง 1 ล้านรายการ
#DRKRIT drkrit.com #กระแสไอที #ข่าวไอที #ไทยสมาร์ทซิตี้