Microsoft ใจป้ำ! อาสาจ่ายค่าไฟแพงขึ้นเอง หวังลดภาระชุมชนรอบดาต้าเซ็นเตอร์

ในช่วงที่กระแส AI กำลังบูมสุดขีด บริษัทยักษ์ใหญ่ต้องเร่งสร้าง "ดาต้า เซ็นเตอร์" (Data Center) ขนาดมหึมาเพื่อเป็นมันสมองให้ระบบ AI ซึ่งแน่นอนว่าเจ้าตึกพวกนี้กินไฟมหาศาล จนทำให้คนในพื้นที่กังวลว่า "ค่าไฟบ้านฉันจะแพงขึ้นไหม?"

ล่าสุด Microsoft นำโดยคุณ Brad Smith ประธานบริษัท ได้ออกมาประกาศแผนการใหญ่ว่า Microsoft ยินดีที่จะ "จ่ายค่าไฟในอัตราที่สูงขึ้น" รวมถึงช่วยแบกรับค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้า (Grid) ในพื้นที่ที่ไปตั้งฐานข้อมูล เพื่อให้มั่นใจว่าภาระเหล่านี้จะไม่ตกไปอยู่ที่ใบแจ้งหนี้ค่าไฟของชาวบ้าน

ทำไม Microsoft ถึงต้องยอมจ่าย?

ข้อมูลจาก Bloomberg เคยระบุว่า พื้นที่ใกล้ดาต้าเซ็นเตอร์บางแห่งมีราคาค่าไฟพุ่งสูงขึ้นถึง 267% เมื่อเทียบกับ 5 ปีที่แล้ว แถมผู้คนยังกังวลว่า AI จะมาแย่งงานหรือเปล่า? การที่ Microsoft ออกมาประกาศแบบนี้ จึงเป็นการซื้อใจชุมชนและลดแรงเสียดทานทางสังคม

มากกว่าแค่เรื่อง "ไฟฟ้า" 

นอกจากการช่วยพยุงราคาค่าไฟแล้ว Microsoft ยังมีแผนการดูแลชุมชนแบบครบวงจร (Good Neighbor Policy) ดังนี้

  • เรื่องน้ำ: อาสาจ่ายค่า "เติมน้ำ" (Replenishment) คืนสู่ระบบหากดาต้าเซ็นเตอร์ต้องดึงน้ำในพื้นที่ไปใช้ อย่างในรัฐแอริโซนา Microsoft ถึงขั้นช่วยเทศบาลหาจุดท่อประปารั่วเพื่อลดการสูญเสียน้ำฟรีๆ 
  • ภาษี: ยืนยันว่าจะไม่ขอรับสิทธิพิเศษลดหย่อนภาษีโรงเรือนหรือภาษีที่ดิน เพื่อให้รัฐนำเงินไปพัฒนาโรงเรียนและโรงพยาบาลได้เต็มที่
  • การศึกษาและอาชีพ: จัดหลักสูตรฝึกทักษะ AI ให้กับโรงเรียน ห้องสมุด และธุรกิจท้องถิ่น รวมถึงฝึกทักษะงานก่อสร้างและการคุมระบบให้กับแรงงานในพื้นที่ด้วย
จับมือฝ่ายการเมือง

ความเคลื่อนไหวนี้ยังสอดคล้อดกับนโยบายของประธานาธิดี Donald Trump ที่เพิ่งโพสต์ผ่าน Truth Social ว่ากำลังร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ เพื่อให้มั่นใจว่าคนอเมริกันไม่ต้องมา "แบกรับภาระค่าใช้จ่าย" (Pick up the tab) จากการใช้พลังงานมหาศาลของบริษัทเหล่านี้

Brad Smith ทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า ตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา การสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ มักจะมาพร้อมกับคำถามและความขัดแย้งเสมอ แต่มันคือสิ่งจำเป็นที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชาติให้เติบโต

ถือเป็นก้าวที่น่าจับตาของ Microsoft ที่พยายามพิสูจน์ว่า AI จะไม่ใช่นวัตกรรมที่สร้างความมั่งคั่งให้แค่คนไม่กี่กลุ่ม แต่ต้องเป็นมิตรและเติบโตไปพร้อมกับชุมชนอย่างยั่งยืน

#DRKRIT drkrit.com #กระแสไอที #ข่าวไอที #ไทยสมาร์ทซิตี้