ดีลประวัติศาสตร์: TikTok US รอดจากการโดนแบนอย่างเป็นทางการ
ในที่สุดมหากาพย์อันยาวนานของ TikTok ในสหรัฐอเมริกาก็ได้ข้อยุติครับ เมื่อมีการประกาศจัดตั้งบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) เพื่อเข้าซื้อสินทรัพย์ของ TikTok ในสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ เพียงหนึ่งวันก่อนจะถึงเส้นตายที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำหนดไว้
ใครคือเจ้าของใหม่ และใครคุมบังเหียน?
ดีลนี้เปลี่ยนโครงสร้างความเป็นเจ้าของเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนด ด้วนความมั่นคงของสหรัฐฯ โดยสัดส่วนการถือหุ้นใหม่เป็นดังนี้
- 50% ถือครองโดยกลุ่มนักลงทุนซึ่งนำโดย Oracle, Silver Lake และ MGX (กองทุนจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์)
- 30% ถือครองโดยกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมของ ByteDance
- 19.9% ยังคงถูกถือครองโดย ByteDance (บริษัทแม่เดิม)
สิ่งที่จะเปลี่ยนไป (และสิ่งที่ไม่เปลี่ยน) สำหรับผู้ใช้งาน
สำหรับผู้ใช้กว่า 200 ล้านคนในอเมริกา สบายใจได้ครับ เพราะการใช้งานทั่วไปจะยังดูเหมือนเดิม แต่อินไส้ในมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ
- ข้อมูลและความปลอดภัย: Oracle จะเข้ามาดูแลเรื่องการจัดเก็บข้อมูลผู้ใช้ชาวอเมริกันทั้งหมด
- อัลกอริทึม: จะมีการ "เทรน" อัลกอริทึมใหม่โดยใช้ข้อมูลจากผู้ใช้ในสหรัฐฯ เท่านั้น และมีการตรวจสอบความปลอดภัยของซอฟต์แวร์อย่างเข้มงวด
- การจัดการเนื้อหา: การคัดกรองเนื้อหา (Content Moderation) สำหรับผู้ใช้สหรัฐฯ จะดูแลโดยบริษัทร่วมทุนใหม่นี้เอง
- ธุรกิจยังเดินต่อ: ส่วนเรื่องการตลาด โฆษณา และ E-commerce ในแอปจะยังคงประสานงานกับเครือข่าย TikTok ทั่วโลก เพื่อให้เหล่า Creator และพ่อค้ายังสามารถโกอินเตอร์ได้เหมือนเดิม
ก่อนหน้านี้ทางการสหรัฐฯ กังวลเรื่องที่ ByteDance อาจถูกรัฐบาลจีนแทรกแซงผ่านอัลกอริทึมเพื่อโน้มน้าวความคิดเห็นคนอเมริกัน การแยกตัวออกมาเป็นบริษัทร่วมทุนที่มีเสียงส่วนใหญ่เป็นชาวอเมริกัน (Majority American owned) จึงเป็นทางออกที่ประธานาธิบดีทรัมป์ยอมรับว่าเป็น "การแยกตัวที่เหมาะสม" (Qualified Divestiture)
แม้ว่ารัฐบาลจีนจะยังไม่ได้ออกมาแสดงท่าทีโดยตรงต่อโครงสร้างดีลสุดท้ายนี้ แต่การที่ทุกอย่างเสร็จสิ้นทันเส้นตายวันที่ 23 มกราคม ก็ถือเป็นข่าวดีของชาว TikToker ทั่วโลกที่ยังอยากเห็นแพลตฟอร์มนี้เชื่อมโยงกันได้แบบไร้พรมแดนครับ
#DRKRIT drkrit.com #กระแสไอที #ข่าวไอที #ไทยสมาร์ทซิตี้