DeepSeek ปล่อยหมัดเด็ด V4: ภาคต่อของโมเดลตัวตึงจากจีน จะสะเทือนวงการเหมือนปีก่อนไหม?

จำเหตุการณ์ปีที่แล้วได้ไหมครับ? ตอนที่ DeepSeek ปล่อยโมเดล R1 ออกมาจนทำเอาหุ้นกลุ่ม AI ในอเมริกาถึงกับร่วงกราวรูด เพราะดันทำประสิทธิภาพได้ใกล้เคียงตัวท็อปแต่ราคาถูกกว่ามหาศาล ล่าสุดทางค่าย AI จากหางโจวเพิ่งเผยโฉมเวอร์ชันพรีวิวของโมเดลใหม่ล่าสุดอย่าง DeepSeek V4 ออกมาแล้วครับ

มีอะไรใหม่ใน V4?

ในเวอร์ชันนี้ DeepSeek เน้นย้ำเรื่องอัปเกรดใหญ่ๆ ใน 2 ด้านหลัก

  • Reasoning & Agentic Abilities: ความสามารถในการใช้เหตุผลและการเป็น "เอเจนท์" (Agent) ที่ทำงานแทนเราได้โดยอัตโนมัติ เช่น การเขียนโค้ดโปรแกรมมิ่งที่เก่งขึ้นกว่าเดิมมาก
  • Efficiency: การประมวลผล Token (หน่วยพื้นฐานของข้อมูล AI) ทำได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยให้โมเดลเข้าใจคำสั่งที่ซับซ้อนได้รวดเร็วและประหยัดทรัพยากร

พึ่งพาตัวเองด้วยชิปในประเทศ

จุดที่น่าสนใจที่สุดของ V4 คือการ "ปลดแอก" จากเทคโนโลยีตะวันตกครับ ในขณะที่รุ่น R1 ปีก่อนยังต้องพึ่งพาชิปจาก Nvidia แต่ V4 ถูกเทรนและรันบนชิปที่ผลิตในจีนทั้งหมด โดยความร่วมมือกับยักษ์ใหญ่อย่าง Huawei (ใช้ชิป Ascend 950) และ Cambricon เพื่อแก้ปัญหาการโดนแบนชิปตัวแรงจากสหรัฐฯ

ตลาดจะตื่นเต้นเหมือนเดิมไหม?

นักวิเคราะห์จาก MorningStar มองว่ารอบนี้ตลาดอาจจะไม่ "ช็อก" เท่าปีก่อน เพราะนักลงทุนรับรู้ไปแล้วว่า AI จีนนั้น "ของจริง" และ "ราคาถูก" ดังนั้น V4 จึงเปรียบเสมือนการตอกย้ำเทรนด์เดิมมากกว่าจะเป็นเซอร์ไพรส์ใหญ่

ดราม่าที่ยังไม่จบ

แน่นอนว่าความเก่งก็มาพร้อมเสียงวิจารณ์ครับ ทั้ง OpenAI และ Anthropic เคยกล่าวหาว่า DeepSeek แอบ "ดึงข้อมูล" (Distillation) จากโมเดลของพวกเขาไปใช้แบบไม่ค่อยโปร่งใสนัก แถมล่าสุดทางทำเนียบขาวเพิ่งออกมาเตือนเรื่องการจารกรรมทางอุตสาหกรรมในระดับสเกลใหญ่เพื่อสร้างโมเดล AI อีกด้วย แม้จะไม่ได้ระบุชื่อ DeepSeek ตรงๆ แต่สปอร์ตไลท์ก็ส่องไปที่พวกเขาเต็มๆ ครับ

แม้โมเดลระบบปิดอย่าง ChatGPT หรือ Claude จะยังครองบัลลังก์ในแง่ประสิทธิภาพสูงสุด แต่ถ้าพูดถึง "Open Source" (ระบบปิด) ตอนนี้ต้องยอมรับว่า DeepSeek จากจีนกำลังกินรวบและสร้างมาตรฐานใหม่ให้โลกไอทีจริงๆ ครับ

#DRKRIT drkrit.com #กระแสไอที #ข่าวไอที #ไทยสมาร์ทซิตี้