Meta เผยไม้ตาย "Muse Spark" หมัดเด็ด AI ที่จะมาเปลี่ยนโลกโซเชียลในมือคุณ

หลักจากที่ร่ายมนต์โปรเจกต์ Metaverse อยู่นานจนหลายคนเริ่มสงสัย ล่าสุด Meta ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวแผนการด้าน AI ที่ชัดเจนที่สุดเท่าที่เคยมีมาครับ และสิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดอาจไม่ใช่แว่น Ray-Ban รุ่นใหม่ แต่คือโมเดล AI ตัวล่าสุดที่ชื่อว่า "Muse Spark" ซึ่งเป็นผลผลิตจากห้องแล็บ Superintelligence ของ Meta เอง

Muse Spark คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญ?

มันคือ AI ที่ "สร้างมาเพื่อผลิตภัณฑ์ของ Meta โดยเฉพาะ" ครับ ต่อจากนี้ Muse Spark จะเข้าไปสิงอยู่ในทั้ง Instagram, WhatsApp, Facebook และแว่น Ray-Ban Meta ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยเน้นไปที่การช่วยจัดการชีวิตประจำวัน เช่น การวางแผนเที่ยว หรือการช้อปปิ้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใช้งาน Instagram ทำกันเป็นปกติอยู่แล้ว

ทุ่มสุดตัวเพื่อคำว่า "ผู้นำ"

ต้องบอกว่า Meta "จ่ายหนัก" จริงๆ ครับในช่วงปีที่ผ่านมา เพื่อให้ได้ Muse Spark มาครอง

  • ลงทุนไปกว่า 1.4 หมื่นล้านเหรียญ ในสตาร์ทอัพ Scale AI และดึงตัว Alexandr Wang มาเป็นหัวหน้าทีม AI
  • กว้านซื้อสตาร์อัพดาวรุ่งอย่าง Manus และ Moltbook เข้าพอร์ต
  • มีข่าวลือว่า Zuckerberg ถึงขั้นเสนอเงินโบนัสเซ็นสัญญาฉบับละ 100 ล้านเหรียญ เพื่อดึงตัวยอดฝีมือมาจาก OpenAI
  • ในปี 2025 เพียงปีเดียว Meta ควักกระเป๋าลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ไปมากกว่า 7.2 หมื่นล้านเหรียญ
การขยับตัวครั้งนี้ทำให้ตลาดหุ้นขานรับทันที โดยราคาหุ้นพุ่งขึ้นกว่า 6% หลังการประกาศ เพระนักลงทุนเริ่มเห็นภาพชัดเจนแล้วว่า เงินมหาศาลที่ลงไปนั้นจะคืนทุนกลับมาในรูปแบบไหน

จุดแข็งที่คู่แข่ง (อาจจะ) ไม่มี

สิ่งที่ทำให้ Muse Spark แตกต่างจาก ChatGPT หรือ Gemini คือการเชื่อมต่อกับ "คลังข้อฒูลโซเชียล" ของเราครับ Meta วางแผนจะใช้โพสต์สาธาณะ รวมถึง Instagram Reels และรูปภาพต่างๆ มาช่วยตอบคำถามให้มีความเป็นส่วนตัวและตรงใจเรามากขึ้น เช่น การหาร้านอาหารที่เพื่อนเราชอบ หรือเทรนด์ที่กำลังฮิตในกลุ่มที่เราติดตาม

สมรภูมิ AI ที่ดุเดือด

การเปิดตัวครั้งนี้ถือว่ามาถูกจังหวะครับ เพราะคู่แข่งรายอื่นก็ไม่เบา

  • Google: เตรียมปล่อยแว่นตาพลัง Android และจะอัปเดตแผน AI ในงานนักพัฒนาเดือนหน้า
  • Apple: เตรียมชุบชีวิต Siri ใหม่ที่เน้นการเข้าใจตัวตนของผู้ใช้ (Personalization)
  • OpenAI: พยายามขยายอาณาจักร ChatGPT เข้าสู่ทุกส่วนของชีวิตเรา
สำหรับ Meta แล้ว Muse Spark ไม่ใช่แค่แอปใหม่ แต่มันคือเดิมพันครั้งสำคัญที่จะพิสูจน์ว่า พวกเขาจะกลับมายิ่งใหญ่ได้เหมือนยุคที่ Facebook และ Instagram รุ่งเรืองได้หรือไม่ หลังจากที่พลาดท่าให้กับกระแส ChatGPT ไปในช่วงแรก

ต้องมารอดูกันยครับว่า AI ที่ "รู้ใจ" เราจากข้อมูลโซเชียล จะทำงานได้สมูทขนาดไหน

#DRKRIT drkrit.com #กระแสไอที #ข่าวไอที #ไทยสมาร์ทซิตี้