เมื่อมิตรกลายเป็นศัตรู: สรุปประเด็นเดือด Musk vs OpenAI
สัปดาห์นี้ Elon Musk ใช้เวลาเกือบ 3 วันเต็มบนคอกพยาน เพื่อกล่าวหาว่า OpenAI แลเหล่าผู้บริหาร "หลอกลวง" ให้เขาบริจาคเงินมหาศาล เพื่อก่อตั้งบริษัทที่กลายเป็นยักษ์ใหญ่ด้าน AI ในปัจจุบัน โดย Musk อ้างว่า Altman และ Greg Brockman ผิดคำมั่นสัญญาที่จะให้ OpenAI เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร (Non-profit) แต่กลับเปลี่ยนไปทำเพื่อผลกำไร (For-profit) แทน แถมยังลาก Microsoft เข้ามาเป็นจำเลยร่วมในฐานะผู้สนับสนุนการผิดสัญญาครั้งนี้ด้วย
บรรยากาศในศาล ฉะกันนัวจนผู้พิพากษาต้องเบรก
บรรยากาศในศาลตึงเครียดมากครับ Musk มีปากเสียงกับทนายของ OpenAI (William Savitt) ตลอดเวลา ถึงขั้นกล่าวหาว่าทนายพยายาม "เล่นตุกติก" จนผู้พิพากษาต้องดุ Musk ให้ตอบคำถามให้ตรงประเด็นและสั่งห้ามทั้งสองฝ่ายพูดเรื่อง "AI จะทำให้มนุษย์สูญพันธ์ุ" เพราะดีนี้ว่าด้วยเรื่องธุรกิจ ไม่ใช่พล็อตหนังไซไฟ
ประเด็นที่น่าสนใจจาการไต่สวน
- ทำไม Musk ถึงลาออก?: ทนาย openAI แฉว่า Musk ลาออกในปี 2018 เพราะคุม OpenAI คนเดียวไม่ได้เลยถอนตัวไปตั้ง xAI มาแข่ง แต่ Musk โต้ว่าเขาลาออกเพื่อไปโฟกัสที่ SpaceX และ Tesla ต่างหาก
- จดหมายเปิดผนึกเจ้าปัญหา: ทนายถาม Musk ว่าที่ชวนคนเซ็นชื่อให้หยุดพัฒนา AI รุ่นที่เหนือกว่า GPT-4 ในปี 2023 นั้น จริงๆแล้วคือการ "แตะตัดขา" คู่แข่งเพื่อให้ xAI ตามทันใช่หรือไม่?
- "ผมไม่ได้อ่านตัวอักษรตัวเล็กๆ": ทนายโชว์หลักฐานว่า Musk เคยเซ็นเอกสารโครงสร้างบริษัทที่ระบุเป้าหมายระดมทุนหมื่นล้านเหรียญจาก Microsoft แต่ Musk ตอบแบบซื่อๆ (หรือกวนๆ ก็ไม่รู้) ว่า "ผมไม่ได้อ่านรายละเอียดข้างใน (Fine print) น่ะ มันมีตั้ง 4 หน้าเลยนะ"
- ต้นเหตุคือความกลัว Google: Musk ยอมรับว่าเขารีบปั้น OpenAI เพราะกลัว Google DeepMind จะครองโลกด้าน AI แต่เขาย้ำว่าต้องเป็นแบบ "Open Source" และ "Non-profit" เพื่อคานอำนาจ ไม่ใช่ทำเพื่อรวยเหมือนตอนนี้
บทสรุปเบื้องต้น
ฝั่ง OpenAI พยายามพิสูจน์ว่า Musk รู้เห็นเป็นใจเรื่องการทำกำไรมาตั้งแต่ต้น (มีอีเมลปี 2015 ยืนยัน) ขณะที่ Musk ยืนกรานว่า "คุณจะตั้งบริษัททำกำไรก็ได้ แต่อย่าขโมยของจากมูลนิธิการกุศลไปทำ"
คดีนี้ยังไม่จบง่ายๆ ครับ แต่มันนทำให้เราเห็นเบื้องหลังการชิงไหวชิงพริบของเหล่าเจ้าพ่อไอทีที่ยิ่งกว่าละครเสียอีก
#DRKRIT drkrit.com #กระแสไอที #ข่าวไอที #ไทยสมาร์ทซิตี้