การกลับมาของ Vine ในร่างใหม่! "Divine" แอปวิดีโอ 6 วินาที ชูจุดขาย "ห้ามใช้ AI" และกระจายศูนย์เพื่อคืนอิสระให้ผู้ใช้งาน

 

เด็กยุค 90s และชาวมิลเลนเนียลคงจำกันได้ดีกับ Vine แอปวิดีโอวนลูปความยาว 6 วินาทีที่เคยโด่งดังสุดๆ แม้จะถูก Twitter ปิดตัวไปเมื่อปี 2017 เพราะปัญหาด้านโมเดลธุรกิจ แต่ Vine คือผู้บุกเบิกคอนเทนต์วิดีโอสั้นและสร้างวัฒนธรรมป๊อปมากมาย แถมยังเป็นจุดเริ่มต้นของคนดังอย่าง Logan Paul และ Shawn Mendes อีกด้วย ที่สำคัญคือมันเคยเป็นพื้นที่ของความคิดสร้างสรรค์หลุดโลกจากฝีมือมนุษย์จริงๆ ที่ปัจจุบันเริ่มถูกกลืนหายไปด้วยคอนเทนต์ขยะจาก AI (AI Slop)

ล่าสุด หลังผ่านการซุ่มพัฒนาและทดสอบระบบมานานกว่า 9 เดือน แอปใหม่ที่มีชื่อว่า "Divine" ก็ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว โดยยังคงเสน่ห์เดิมด้วยฟีดวิดีโอ 6 วินาที พร้อมขนคลังวิดีโอ Vine เวอร์ชันต้นฉบับมากกว่า 2 ล้านคลิปที่เหล่านักจัดเก็บข้อมูลอาสาสมัครเคยเซฟไว้ กลับมาให้แฟนๆ ได้หายคิดถึง

แม้ Divine จะไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการกับ Vine (ซึ่งเคยเป็นของ X หรือ Twitter เดิม) แต่ก็ถือเป็นผู้สืบทอดจิตวิญญาณอย่างแท้จริง และจุดที่ทำให้ Divine แตกต่างจากแพลตฟอร์มคู่อริในปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง คือ "การแบนคอนเทนต์ที่สร้างจาก AI"

โปรเจกต์นี้ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจาก Jack Dorsey ผู้ร่วมก่อตั้ง Twitter และปัจจุบันมีผู้ใช้งานแล้วราวๆ 100,000 คน มีทั้งคนที่เข้ามาทำคลิปร่วมสมัยสไตล์มีมยุค 2010s และคนที่คิดถึงบรรยากาศโซเชียลมีเดียยุคเก่าที่ไม่ได้มีแต่ความตึงเครียด แถมล่าสุดยังจับมือเป็นพาร์ทเนอร์กับแบรนด์ดังอย่าง Taco Bell อีกด้วย

นอกจากเรื่องการแบน AI โดยใช้เทคโนโลยีตรวจจับหลายรูปแบบแล้ว Divine ยังแก้โจทย์ใหญ่ที่ผู้ใช้ยุคนี้เหนื่อยหน่าย นั่นคือ "อัลกอริทึมที่คุมไม่ได้" และ "การไร้อิสระบนแพลตฟอร์มหลัก"

Divine แก้ปัญหานี้ด้วยการ

  • เปิดเผยอัลกอริทึมอย่างโปร่งใส: ผู้ใช้สามารถดูคำอธิบายอัลกอริทึมของหน้า "For You" ได้อย่างละเอียด
  • เลือกฟีดได้เอง: สามารถเลือกฟีดตามอัลกอริทึมเฉพาะ เช่น สัตว์เลี้ยง,แฟชั่น หรือคลิปยอดนิยม
  • ระบบกระจายศูนย์ (Decentralized): สร้างบนโครงสร้างพื้นฐานแบบกระจายศูนย์ (คล้ายกับ Mastodon หรือ Bluesky) ทำให้ผู้ใช้สามารถย้ายข้อมูลคอนเทนต์และโปรไฟล์ของตัวเองไปแพลตฟอร์มอื่นได้อย่างอิสระ หรือจะนำเทคโนโลยี Open-source ของ Divine ไปสร้างชุมชนออนไลน์ของตัวเองก็ยังได้
Rabble ทิ้งท้ายไว้อย่างน่าคิดว่า เขาอยากเห็นพื้นที่โซเชียลมีเดียที่ดีต่อสุขภาพจิต และไม่ต้องกลายเป็น "ดินแดนฝันร้าย" อีกต่อไป การที่ผู้ใช้ขาดอำนาจในการกำหนดกฎเกณฑ์ของตัวเอง นั่นแหละคือต้นเหตุของวัฒนธรรมอันเป็นพิษบนโลกออนไลน์ในปัจจุบัน

#DRKRIT drkrit.com #กระแสไอที #ข่าวไอที #ไทยสมาร์ทซิตี้