เมื่อ Apple โดนฟ้อง: ความเป็นส่วนตัว หรือ การละเลยความปลอดภัยเด็ก?

 

รัฐเวสต์เวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา ได้ยื่นฟ้อง Apple ในข้อหาประมาทเลินเล่อ โดยอ้างว่าระบบ iCloud และอุปกรณ์ของ Apple กลายป็นช่องทางในการเก็บรักษาและแพร่กระจายสื่อลามกอนาจารเด็ก (CSAM) 

ประเด็นสำคัญของคดีนี้

  • Privacy vs. Safety: อัยการระบุว่า Apple ให้ความสำคัญกับ "ความเป็นส่วนตัว" ของผู้ใช้ มากกว่า "ความปลอดภัยของเด็ก" มานานหลายปี โดยอ้างว่าด้วยอำนาจที่ Apple ควบคุมทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และระบบคลาวด์เองทั้งหมด เป็นไปไม่ได้เลยที่ทางบริษัทจะไม่รู้เห็นถึงปัญหานี้
  • ตัวเลขที่น่าตกใจ: ตามกฎหมายของสหรัฐฯ บริษัทเทคโนโลยีต้องรายงานเนื้อหาที่ผิดกฎหมายต่อศูนย์เพื่อเด็กหายและถูกฉวยโอกาสแห่งชาติ (NCMEC) ซึ่งในปี 2023 Google รายงานไปถึง 1.47 ล้านครั้ง แต่ Apple กลับรายงานเพียง 267 ครั้งเท่านั้น
  • หลักฐานเด็ด: ในคำฟ้องมีการอ้างถึงข้อความแชทภายในปี 2020 ของผู้บริหารรายหนึ่งที่ยอมรับเชิงประชดประชันว่า การเน้นเรื่องความเป็นส่วนตัวมากเกินไป อาจทำให้แพลตฟอร์มนี้กลายเป็น "แหล่งแพร่กระจายสื่อลามกเด็กที่ใหญ่ที่สุด"

ฝั่ง Apple ว่าอย่างไร?

โฆษกของ Apple ออกมาโต้ตอบทันทีว่า ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของเด็กคือหัวใจสำคัญของบริษัท และได้มีการออกฟีเจอร์ Communication Safety ที่จะช่วยเบลอภาพนู้ดและแจ้งเตือนเมื่อเด็กพยายามส่งหรือรับภาพที่ไม่เหมาะสมผ่านทาง iMessage, FaceTime หรือ AirDrop นอกจากนี้ยังมีระบบ Parental Controls ที่ออกแบบมาอย่างรัดกุม

ข้อพิพาททางเทคโนโลยี NeuralHash vs. PhotoDNA

เดิมที Apple เคยมีแผนที่จะใช้ระบบที่ชื่อว่า NeuralHash เพื่อตรวจจับภาพอนาจารเด็กในเครื่องผู้ใช้ แต่ก็ต้องพับโครงการไปในปี 2021 หลังจากโดนกลุ่มนักสิทธิมนุษยชนวิจารณ์อย่างหนักว่าละเมิดความเป็นส่วนตัว

เรื่องนี้เป็นบทเรียนสำคัญของโลกไอทีครับ ว่าเส้นแบ่งระหว่าง "สิทธิส่วนบุคคล" กับ "ความรับผิดชอบต่อสังคม" ควรอยู่ตรงไหนกันแน่ เพราะในขณะที่เราอยากให้ข้อมูลในมือถือเราเป็นความลับที่สุด แต่ในอีกมุมหนึ่ง อาชญกรรมก็อาจจะใช้ช่องว่านี้ซ่อนตัวอยู่เช่นกัน

คดีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของ Apple ครับ เพราะก่อนหน้านี้ Meta (Facebook/Instagram) ก็เคยโดนฟ้องในลักษณะเดียวกันที่รัฐนิวเม็กซิโกมาแล้ว ต้อมารอดูกันว่า Apple จะแก้เกมนี้อย่างไร และจะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายความภัยบน iCloud ครั้งใหญ่หรือไม่ครับ

#DRKRIT drkrit.com #กระแสไอที #ข่าวไอที #ไทยสมาร์ทซิตี้