เมื่อ Zuckerberg เผชิญหน้ากับโจทย์: กำไร หรือ ความปลอดภัย?

 

วันพุธที่ผ่านมา Mark Zuckerberg ถูกซักฟอกอย่างหนักในศาลที่ลอสแอนเจลิสครับ ประเด็นสำคัญคือ "Meta ตั้งใจออกแบบ Instagram ให้เด็กเสพติดหรือไม่?" โดยผู้ฟ้องคือหญิงสาวนามว่า "Keley" (นามสมมติ)  ที่กล่าวหาว่า Meta และ YouTube ทำให้เธอติดโซเชียลมีเดียตั้งแต่วันที่เธอยังเป็นเด็ก จนส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตอย่างรุนแรง

ประเด็นที่น่าสนใจจากการให้การ

  • การเอาตัวรอดใน "ทางสายกลาง": Zuckerberg ยืนยันว่าเขาพยายามดูแลความปลอดภัยของผู้ใช้อย่าง "สมเหตุสมผล" (Reasonable way) โดยอ้สงอิงจากงานวิจัยที่เขามองว่ายังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าโซเชียลมีเดียทำร้ายเด็กโดยตรง
  • ความจริงที่ย้อนแย้ง: ทนายฝั่งโจทย์งัดหลักฐานเด็ดเป็นเอกสารภายในปี 2015 ที่ระบุว่า มีเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี ใช้งาน Instagram กว่า 4 ล้านคน (คิดเป็น 30% ของเด็กอายุ 10-12 ปีในสหรัฐฯ ขณะนั้น) ทั้งที่กฎระเบียบระบุว่าต้องอายุ 13 ขึ้นไปถึงจะสมัครได้
  • เป้าหมาย "เวลา" คือตัวตั้ง: มีการเปิดเผยอีเมลภายในปี 2015 ที่ Zuckerberg ตั้งเป้าหมายเพิ่ม "เวลาการใช้งาน" (Time Spent) บน Instagram อีก 10% ซึ่งขัดกับภาพลักษณ์ที่บริษัทพยายามบอกว่าเน้น "คุณค่า" มากกว่า "ปริมาณ"

เสียจากครอบครัวที่สูญเสีย

บรรยากาศหน้าศาลเต็มไปด้วยความโศกเศร้าครับ มีพ่อแม่หลายครอบครัวเดินทางมาจากทั่วประเทศเพื่อรวมตัวกัน บางครอบครัวต้องสูญเสียลูกจากเหตุการณ์ที่เชื่อมโยงกับโซเชียลมีเดีย พวกเขาเชื่อว่าบริษัทเหล่านี้ "ล่าและฉวยโอกาส" (Prey on and exploit) จากเด็กๆเพื่อสร้างผลกำไรมหาศาล

สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป?

คดีของ Kaley เปรียบเสมือน "คดีบรรทัดฐาน" (Bellwether Case) ครับ หาก Meta และ YouTube แพ้คดีนี้

  1. อาจต้องจ่ายค่าเสียหายมูลค่า "หลายพันล้านดอลลาร์"
  2. ถูกบังคับให้ต้อง "รื้อโครงสร้างแพลตฟอร์ม" ใหม่ทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย
ทางฝั่ง Meta ยังคงปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าปัญหาของ Kaley มาจากสภาพแวดล้อมครอบครัวที่ยากลำบากก่อนจะเริ่มใช้โซเชียลมีเดียเสียอีก และเน้นย้ำว่าตอนนี้มีฟีเจอร์ "Teen Account" เพื่อปกป้องเด็กๆ แล้ว

ศึกนี้ยังอีกยาวไกล แต่ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนว่า โลกกำลังตรวจสอบอำนาจของ Big Tech อย่างเข้มงวดกว่าที่เคย

#DRKRIT drkrit.com #กระแสไอที #ข่าวไอที #ไทยสมาร์ทซิตี้