"ด่วน! Elon Musk ประกาศควบรวม SpaceX และ xAI ขึ้นแท่นบริษัทเอกชนมูลค่าสูงที่สุดในโลก"

 

ข่าวใหญ่ระดับเขย่าวงการเทคโนโลยีโลกมาให้ทราบกันครับ เมื่อเจ้าพ่อโปรเจกต์อย่าง Elon Musk ตัดสินใจควบรวมสองอาณาจักรสุดล้ำอย่าง SpaceX และ xAI เข้าด้วยกันอย่างเป็นทางการแล้ว

การขัยบตัวครั้งนี้ไม่ได้เป็นแค่การรวมบริษัทธรรมดาๆ แต่มันคือการสร้าง "บริษัทเอกชนที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก" โดย Elon Musk ถึงกับบอกว่านี้ไม่ใช่แค่บทใหม่ (Next Chapter) แต่มันคือการ "ขึ้นเล่มใหม่" (Next Book) ของภารกิจพิชิตอวกาศและปัญญาประดิษฐ์เลยทีเดียว

ทำไมต้องเอา AI ไปไว้ในอวกาศ? 

หลายคนอาจจะสงสัยว่า บริษัททำจรวดกับบริษัททำ AI มาเกี่ยวกันได้ยังไง? คำตอบคือ "พลังงานและพื้นที่" ครับ

ทุกวันนี้ AI เติบโตเร็วมากจนดาต้าเซ็นเตอร์บนโลกเริ่มรับไม่ไหว ทั้งเรื่องการใช้ไฟฟ้ามหาศาลและการระบายความร้อนที่ทำได้ยาก Musk เลยมองการณ์ไกลว่า ทางออกที่สมเหตุสมผลที่สุดคือการยกดาต้าเซ็นเตอร์พวกนี้ขึ้นไปไวเช้ในอวกาศซะเลย

ไฮไลท์สำคัญของดิลนี้

  • SpaceX เพิ่มยื่นขออนุญาต FCC ส่งดาวเทียมกว่า 1 ล้านดวง ขึ้นสู่วงจร เพื่อสร้างเครือข่ายดาต้าเซ็นเตอร์พลังงานแสงอาทิตย์ในอวกาศ
  • ประหยัดต้นทุน: Musk คาดว่าภายใน 2-3 ปี การประมวลผล AI ในอวกาศจะมีต้นทุนต่ำที่สุด
  • มูลค่ามหาศาล: ก่อนรวมกัน SpaceX มีมูลค่าราว 8 แสนล้านดอลลาร์ ส่วน xAI อยู่ที่ 2.3 แสนล้านดอลลาร์ (ข้อมูล ณ ม.ค. 2026) พอรวมกันแล้วเตรียมตัวเป็นบริษัทระดับ "ล้านล้านดอลลาร์" ได้เลย

เมื่อโลกหมุนตาม AI ไม่ทัน

ในขณะที่ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีอย่าง Microsoft และ Meta ทุ่มเงินหลายหมื่นล้านดอลลาร์เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI บนโลก ผลกระทบที่ตามมาคือค่าไฟในบางพื้นที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 260% เมื่อเทียบกับ 5 ปีที่แล้ว การย้ายฐานการผลิต AI ไปสู่อวกาศจึงอาจเป็นทางออกที่ช่วยลดภาระบนโลกได้ด้วย

ความท้าทายและวัฒนธรรมองค์กร

อย่าไรก็ตามการควบรวบครั้งนี้ก็ถูกจับตามองเรื่อง "วัฒนธรรมองค์กร" ที่ต่างกันสุดขั้ว ระหว่างฝั่ง xAI ที่เน้นความเร็วแบบ "พังเป็นพัง" (Move fast and break things) กับฝั่ง SpaceX ที่ต้องเน้นความปลอดภัยและแม่นยำสูงระดับวิศวกรรมการบิน

รวมถึงประเด็นของ Grok (แชทบอทของ xAI) ที่ยังคงมีดราม่าเรื่องการสร้างภาพที่ไม่เหมาะสมและการตอบคำถามที่รุนแรง ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทีมงานต้องเร่งแก้ไขครับ

ก้าวต่อไปสู่ตลาดหุ้น (IPO) 

ข่าวลือเรื่องการพา SpaceX เข้าตลาดหุ้น (IPO) เริ่มหนาหูขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงหลังการควบรวม xAI เข้าไปแล้ว มูลค่าบริษัทอาจพุ่งไปถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ และจะทำให้ Elon Musk ซึ่งรวยที่สุดในโลกอยู่แล้ว (ทรัพย์สินราว 6.76 แสนล้านดอลลาร์) ทิ้งห่างอันดับสองไปแบบไม่เห็นฝุ่นแน่นอน

ถือเป็นก้าวที่กล้าและบ้าบิ่นตามสไตล์ Musk จริงๆครับ ที่พยายามจะย้ายสมองกลของมนุษย์ชาติไปไว้ท่ามกลางหมู่ดาว เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่า "ดาต้าเซ็นเตอณ์ลอยฟ้า" จะกลายเป็นจริงได้เร็วแค่ไหน

#DRKRIT drkrit.com #กระแสไอที #ข่าวไอที #ไทยสมาร์ทซิตี้