OpenAI ซุ่มยื่น IPO เงียบๆ เตรียมเปิดศึกสายเลือดสตาร์ทอัป AI หมื่นล้าน!
บิ๊กแมตช์ของตลาดหุ้นกำลังจะเริ่มขึ้นแล้วครับ เมื่อ OpenAI ผู้สร้าง ChatGPT ได้ยื่นเอกสารขอเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก (IPO) แบบเป็นความลับ (Confidential filing) เรียบร้อยแล้ว ซึ่งนี่น่าจะเป็นการก้าวเข้าสู่ตลาดหุ้นที่คนจับตามองและตื่นเต้นที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใกล้ แถมยังเป็นโอกาสทำเงินมหาศาลของผู้ลงทุนยุคแรกๆ อีกด้วย
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นทันทีหลังจากที่ Anthropic คู่แข่งเบอร์หนึ่งเพิ่งประกาศแผนจะเข้าตลาดหุ้นไปหมาดๆ และเกิดขึ้นก่อนหน้าที่ SpaceX ของ Elon Musk มีกำหนดจะเปิดตัวเข้าตลาดในวันศุกร์นี้ด้วยเช่นกัน
ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าการจดทะเบียนของทั้ง 3 บริษัทยักษ์ใหญ่รวมกัน อาจสร้างมูลค่าการซื้อขายได้สูงถึง "หลายแสนล้านดอลลาร์" ซึ่งนอกจากจะเป็นโอกาสให้เหล่านักลงทุนทั่วไปได้เป็นเจ้าของสตาร์ทอัป AI ตัวท็อปแล้ว ยังเป็นบททดสอบครั้งสำคัญว่า ตลาดหุ้นในตอนนี้ยังมี ความหิวกระหาย (Appetite) ต่อบริษัทกลุ่ม AI มากน้อยแค่ไหน
ยังอุบเงียบเรื่อง "ราคา" และ "เวลา"
ทาง OpenAI ออกมาบอกว่าตอนนี้ยังไม่ได้เคาะช่วงเวลาที่แน่นอน และเนื่องจากการยื่นเอกสารครั้งนี้เป็นแบบ "ความลับ" เราจึงยังไม่รู้ว่าพวกเขาจะปล่อยหุ้นออกมาจำนวนเท่าไหร่ และเปิดตัวที่ราคาเท่าไหร่กันแน่
"มันอาจจะต้องใช้เวลาอีกสักพัก เพราะมีหลายสิ่งที่เราอยากทำ ซึ่งถ้าทำในฐานะบริษัทเอกชน (Private company) มันจะง่ายกว่า" OpenAI โพสต์ข้อความในห้องข่าวของตัวเอง "แต่การยื่นเอกสารครั้งนี้ ก็เพื่อเปิดทางเลือกให้เราสามารถเข้าตลาดหุ้นได้เร็วขึ้น หากนั่นเป็นสิ่งที่ดีที่สุด"
เงินจมกับโครงสร้างพื้นฐาน แต่โดนกดดันเรื่อง "ทำเงิน"
การเปลี่ยนผ่านไปเป็นบริษัทมหาชนในตลาดหุ้น จะทำให้ Wall Street สามารถมองเห็นตัวเลข "บัญชีแคะกระปุก" ของ OpenAI ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ซึ่งตอนนี้ OpenAI กำลังเทเงินเป็นพันๆ ล้านดอลลาร์ไปกับระบบโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) และทรัพยากรการประมวลผล (Computing resources)
ล่าสุดในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา OpenAI ถูกประเมินมูลค่าบริษัทไว้สูงถึง 8.52 แสนล้านดอลลาร์ หลังจากระดมทุนเพิ่มไปได้อีก 1.22 แสนล้านดอลลาร์ แต่พวกเขาก็กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักที่จะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า บริษัทสามารถ "สร้างกระแสเงินสด" ได้คุ้มกับมูลค่าตัวเลขที่สูงลิ่วขนาดนั้น
โมเดลหาเงินใหม่ๆ จากแอปฟรี สู่ระบบสมาชิก 8 ดอลลาร์ และโฆษณา
ในช่วงปีที่ผ่านมา OpenAI พยายามหาช่องทางทำเงินจาก ChatGPT มากขึ้น โดยการออกแพ็กเกจราคาประหยัดแค่ 8 ดอลลาร์ต่อเดือน (ประมาณ 280 บาท) และเริ่มใส่โฆษณาเข้ามา โดยสื่ออย่าง The Information รายงานเมื่อเดือนเมษายนว่า OpenAI คาดหวังว่าแพ็กเกจราคาถูกนี้จะช่วยดึงยอดผู้ใช้งานแบบสมัครสมาชิก (Subscribers) ให้พุ่งสูงถึง 122 ล้านรายในปีนี้ และมองว่า "โฆษณา" จะกลายมาเป็นขุมทรัพย์รายได้หลักภายในปี 2030
นอกจากนี้พวกเขายังพยายามพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ได้มีดีแค่ ChatGPT โดยปีที่ผ่านมาได้ปล่อยทั้งเว็บเบอร์เซอร์ของตัวเอง, ประกาศแผนพัฒนาสินค้าฮาร์ดแวร์สำหรับผู้บริโภค, เปิดตัว AI Agent ที่สามารถเขียนโค้ดและจัดการแอปพลิเคชันบนคอมพิวเตอร์ของเราได้โดยตรง รวมถึงการพัฒนาเครื่องมือ AI ไปใช้ในภาคส่วนเฉพาะทางอย่าง รัฐบาล, การแพทย์ และการเงินอีกด้วย
เส้นทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ
แม้ว่าล่าสุด OpenAI จะเพิ่งชนะคดีในชั้นศาลจากการที่ Elon Musk ยื่นฟ้อง (เนื่องจากศาลมองว่าขาดอายุความ) ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงเรื่องการปรับโครงสร้างผู้บริหารก่อน IPO ไปได้เปราะหนึ่ง (แต่ทนายของ Musk บอกว่าจะอุทธรณ์ต่อ) แต่เส้นทางสู่ตลาดหุ้นของ OpenAI ก็ยังมีขวากหนามเพียบครับ
- ศึกรอบด้าน: ต้องเจอกับคู่แข่งที่หายใจรดต้นคออย่าง Google และ Anthropic (ซึ่งล่าสุดในเดือนพฤษภาคม Anthropic ระดมทุนจนมูลค่าบริษัทพุ่งแซง OpenAI ไปอยู่ที่ 9.65 แสนล้านดอลลาร์แล้ว!)
- คดีความรอบตัว: เผชิญหน้ากับคดีความที่ฟ้องร้องว่า ChatGPT มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์กราดยิงและการฆ่าตัวตาย
- กระแสตีกลับ: แรงต่อต้านจากผู้บริโภคทั่วไปในเรื่องผลกระทบของ AI รวมถึงแผลเก่าในปี 2023 ที่เกือบทำบริษัทพังทลายตอนที่บอร์ดบริหารสั่งปลด CEO Sam Altman แบบสายฟ้าแลบ ก่อนจะดึงตัวกลับมา
ศึกนี้ถือเป็นสมรภูมิที่น่าติดตามที่สุดของปี 2026 เลยครับ ทั้ง OpenAI และ Anthropic กำลังเร่งฝีเท้าเพื่อแย่งชิงทั้งผู้ใช้งานทั่วไปและกลุ่มลูกค้าองค์กรที่กำลังพร้อมใจกันเทเงินก้อนโตให้กับเครื่องมือ AI ใครจะเป็นผู้ชนะในเกมมาร์เก็ตแชร์นี้... ต้องรอดูกันยาวๆ ครับ!
#DRKRIT drkrit.com #กระแสไอที #ข่าวไอที #ไทยสมาร์ทซิตี้