Snapchat งานเข้า! โดนฟ้องเอื้อคดีข่มขืนเด็ก 12 ขวบ ชี้ฟีเจอร์แอปฯ ทำพิษ ปล่อยให้คนร้ายลวงเหยื่อ


 กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ในฝั่งสหรัฐฯ ทันทีครับ เมื่อครอบครัวของวัยรุ่นสาวรายหนึ่งในรัฐมิสซูรี ได้ยื่นฟ้อง Snap บริษัทแม่ของ Snapchat โดยอ้างว่าแพลตฟอร์มนี้มีส่วนสำคัญที่ทำให้ลูกสาวพวกเขาถูกข่มขืนตั้งแต่อายุเพียง 12 ขวบ (ในสำนวนฟ้องใช้ชื่อย่อว่า J.F.)

ทางครอบครัวระบุว่า ฟีเจอร์หลักของแอปฯ อย่าง "Quick Add" (หรือปัจจุบันคือ Find Frinds) และ "Snap Map" กลายเป็นเครื่องมือชั้นดีที่ช่วยให้ นายเกเบรียล โจเอล วาเลน ติน-ริออส (Gabriel Joel Valentin-Rios) คนร้ายวัย 25 ปี สามารถเข้าถึงตัว ตีสนิท และล่อลวงเด็กหญิงรานี้ได้สำเร็จ

ปัจจุบันตัวคนร้ายได้ยอมรับสารภาพในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้เยาว์ และถูกตัดสินจำคุกไปเรียบร้อยแล้วเป็นเวลา 18 ปี แต่เรื่อยังไม่จบแค่นั่น เพราะครอบครัวมองว่าตัวแพลตฟอร์มเองก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วยเช่นกัน

เปิดกลโกง "คู่มือดาร์กเว็บ" และฟีเจอร์อันตรายที่เอื้อต่อการล่าเหยื่อ

ในสำนวนฟ้องมีข้อมูลที่น่าตกใจมากครับ มีการระบุว่าเมื่อปี 2024 ผู้บริหารของ Snap เคยได้รับ "คู่มือความยาว 133 หน้าจากดาร์กเว็บ (Dark Web)" ซึ่งในนั้นเขียนอธิบายอย่างละเอียดเลยว่า พวกกลุ่มผู้ล่าหรือพวกใคร่เด็ก (Pedophiles) สามารถใช้ฟีเจอร์ของ Snapchat ในการหาเหยื่อที่เป็นเยาวชนได้อย่างไรบ้าง โดยใช้ช่องโหว่จากฟีเจอร์เหล่านี้

  • Qiuck Add (Find Friends): ระบบจะแนะนำเพื่อนจากคนที่มีเพื่อนร่วมกัน หรือจากรายชื่อผู้ติดต่อ ซึ่งคนร้ายใช้ช่องทางนี้สุ่มแอดเด็กผู้หญิงในพื้นที่ โดยระบบทำให้ดูเหมือนว่าคนร้ายมีเพื่อนร่วมกันกับพวกเธอ แถมตัวการ์ตูน "Bitmoji" ประจำโปรไฟล์ของคนร้ายยังดูเป็นเด็กผู้ชายหน้าตาเป็นมิตร ทำให้เด็กๆ หลงเชื่อว่าเขาเป็นแค่รุ่นพี่มัธยมในท้องถิ่น
  • คำเตือนที่หายไป: คำฟ้องเผยว่า Snapchat ล้มเหลวในการแจ้งเตือนเด็กๆ ว่าบัญชีเหล่านี้อาจเป็นคนแปลกหน้าหรือเป็นอันตราย
  • Snap Map (แผนที่สด): ฟีเจอร์นี้แชร์พิกัดแบบเรียลไทม์ ซึ่งทำให้คนร้ายรู้ถึงพิกัดที่ตั้งบ้านของเด็กหญิง จนนำไปสู่การบังคับให้ส่งภาพอนาจาร และล่อลวงให้เธอแอบหนีออกจากบ้านกลางดึกเพื่อไปพบจนเกิดเหตุสลดขึ้นในปี 2021 (แม้ระบบจะปิดฟีเจอร์นี้เป็นค่าเริ่มต้น แต่ผู้ใช้สามารถกดเปิดเองได้)

คอนเทนต์ลบไว... ตรวจสอบไม่ทัน?

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ ตัวคำฟ้องอ้างอิงเอกสารภายในของ Snap ว่า ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ แพลตฟอร์ม "ล้มเหลวในการตรวจสอบรายงานความรุนแรงจากผู้ใช้มากกว่า 40%" เนื่องจาก Snapchat มีจุดเด่นเรื่องคอนเทนต์ที่หายไปเองได้ในเวลาอันรวดเร็ว (Ephemeral Content) ทำให้หลักฐานหรือรายงานต่างๆ ปลิวหายไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้ามาตรวจสอบทัน ซึ่งคดีนี้กำลังจะมีการขุดคุ้ยว่า บัญชีของคนร้ายเคยถูกรายงานเรื่องล่วงละเมิดทางเพศมาก่อนหน้านี้กี่ครั้งแล้ว

ฝั่ง Snap ว่าอย่างไรบ้าง?

แน่นอนว่าทาง Snap เองก็ไม่ได้นิ่งเฉยครับ ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยแถลง (รวมถึงในคดีที่โดนอัยการรัฐนิวเม็กซิโกฟ้องเมื่อปี 2024) ว่า บริษัทมีกฎเหล็กห้ามเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศเด็กอย่างเด็ดขาด มีการใช้ทั้งระบบ AI อัตโนมัติและทีมงานมนุษย์คอยตรวจจับ พร้อมทั้งพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ เพื่อบล็อกไม่ให้ผู้ใหญ่แปลกหน้าทักหาเด็กได้ง่ายๆ รวมถึงร่วมมือกับตำรวจอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด

แต่จากผลสำรวจล่าสุดของกลุ่มรณรงค์ Heat Initiative พบว่า เด็กอายุ 10-17 ปี กว่าครึ่งหนึ่งยังคงพบเจอคอนเทนต์หรือข้อความที่ไม่ปลอดภัยบน Snapchat ในรอบปีที่ผ่านมา และ 1 ใน 5 เชื่อว่าฟีเจอร์แนะนำเพื่อนเคยแนะนำบัญชีผู้ใหญ่แปลกหน้ามาให้พวกเขาจริงๆ

คดีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งระลอกคลื่นครั้งใหญ่ที่แบรนด์โซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ (รวมถึง Meta และ YouTube) กำลังเผชิญหน้ากับการกดดันจากสังคมและข้อกฎหมายอย่างหนัก ว่าฟีเจอร์และอัลกอริทึมที่ออกแบบมานั้น "ปลอดภัยสำหรับเด็ก" จริงๆ หรือไม่ครับ

#DRKRIT drkrit.com #กระแสไอที #ข่าวไอที #ไทยสมาร์ทซิตี้