ดีลแก้ขัดช่วย TikTok รอดแบน แต่ความมั่นคงยังน่าห่วง?
จำกันได้ไหมครับว่าเมื่อช่วงมกราคมที่ผ่านมา TikTok ในสหรัฐฯ เกือบจะโดนแบบถาวรตามกฎหมายปี 2024 แต่สุดท้ายก็รอดมาได้หวุดหวิดจากการทำดีล Spin-off (การแยกบริษัท) ออกมาเป็นบริษัทร่วมทุนใหม่ (Joint Venture) โดยมีกลุ่มทุนอเมริกันอย่าง Oracle, Silver Lake และกลุ่มทุนจากยูเออีอย่าง MGX ถือหุ้นใหญ่รวมกันประมาณ 50% ส่วนบริษัทแม่อย่าง ByteDance จากจีนเหลือหุ้นอยู่แค่ประมาณ 19.9% เท่านั้น
ดูเหมือนทุกอย่างจะเรียบร้อยดีใช่ไหมครับ? แต่ล่าสุด วุฒิสมาชิกเอ็ด มาร์กีย์ (Ed Markey) จากพรรคเดโมแครต ได้ร่อนจดหมายด่วนถึง TikTok US และ Oracle โดยตั้งคำถามตัวโตๆ ว่า ดีลนี้มันช่วยแก้ปัญหาเรื่อง "ความมั่นคงแห่งชาติ" ได้จริง หรือแค่ทำบังหน้าไปวันๆ?
3 จุดจับตา ทำไม ส.ว. สหรัฐฯ ถึงยังไม่ไว้ใจดีลนี้?
แม้ว่าบริษัทร่วมทุนใหม่จะบอกว่า Oracle จะเป็นคนดูแลข้อมูลผู้ใช้ในสหรัฐฯ ทั้งหมด และจะเอาอัลกอริทึมมา "เทรนใหม่" ด้วยข้อมูลของคนอเมริกันเอง แต่ ส.ว. มาร์กีย์ มองว่ายังมีช่องโหว่เพียบครับ
- ยังต้องเช่าอัลกอริทึมจากจีน: บริษัทใหม่ในสหรัฐฯ ไม่ได้ซื้อขาดตัวระบบ แต่ใช้วิธี "เช่าลิขสิทธิ์อัลกอริทึม" จาก ByteDance ของจีน แล้วค่อยเอามาปรับปรุง ซึ่งกฎหมายแบน TikTok นั้นห้ามไม่ให้มีร่วมมือใดๆ เรื่องอัลกอริทึม แนะนำคอนเทนต์กับทาง ByteDance เลย
- จีนยังคุมระบบหลังบ้านบางส่วน: แม้เรื่องข้อมูลผู้ใช้จะแยกออกมาแล้ว แต่ระบบอีคอมเมิร์ซ (e-commerce) ระบบโฆษณา และการตลาดของ TikTok US ก็ยังคงต้องให้ ByteDance ระดับโลกเป็นคนบริหารจัดการอยู่ดี
- ความเสี่ยงเรื่องงโค้ดลับ: ส.ว. มาร์กีย์ ตั้งข้อสังเกตว่า ต่อให้ Oracle จะคอยตรวจเช็กซอร์สโค้ด (Source Code) แต่ถ้าเกิดทาจีนแอดยัดโค้ดฝังโจทย์แปลกๆ มากับ "ตัวอัปเดตความปลอดภัยแบบเร่งด่วน" (Urgent security patch) ทาอเมริกาจะรู้ทันและบล็อกได้จริงๆหรือเปล่า?
เส้นตายการชี้แจง
ในจดหมายระบุชัดเจนครับว่า ต้องการให้ TikTok US และ Oracle ส่งหลักฐานและข้อมูลภายในวันที่ 18 มิถุนายน นี้ รวมถึงขอสำเนาสัญญาที่ทำร่วมกับ ByteDance ทั้งหมด เพื่อมาดูกันให้เห็นจะๆ ว่าดีลนี้โปร่งใสและปลอดภัยจากการแทรกแซงของรัฐบาลจีนจริงไหม
เรื่องนี้ถือเป็นมหากาพย์ไอทีระดับโลกที่ต้องตามกันต่อยาวๆ ครับ เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องของแอปพลิเคชันเพื่อความบันเทิงแล้ว แต่เป็นสงครามเทคโนโลยีและความมั่นคงระหว่างมหาอำนาจอย่างแท้จริงครับ
#DRKRIT drkrit.com #กระแสไอที #ข่าวไอที #ไทยสมาร์ทซิตี้