Meta ยอมความครั้งประวัติศาสตร์ จ่าย 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์ สยบคดีทำเด็กติดโซเชียล พร้อมเดินหน้าปรับใหญ่แพลตฟอร์ม
ผมมีข่าวใหญ่ส่งตรงจากฝั่งบิ๊กเทคมาเล่าให้ฟังครับ ล่าสุด Meta ยักษ์ใหญ่เจ้าของ Facebook และ Instagram ได้บรรลุข้อตกลงยินยอมจ่ายเงินสูงถึงประมาณ 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6 แสนล้านบาท) เพื่อยุติคดีฟ้องร้องจากหลายรัฐในสหรัฐฯ ที่กล่าวหาว่า Meta เจตนาออกแบบแพลตฟอร์มให้เด็กและวัยรุ่นเสพติด จนส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของเยาวชนอย่างร้ายแรง ถือเป็นการปิดฉากศึกทางกฎหมายครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของวงการโซเชียลมีเดีย
ข้อตกลงนี้ได้รับการอนุมัติจาก Yvonne Gonzalez Rogers ผู้พิพากษาศาลเขตของสหรัฐฯ แล้ว โดยเงินจำนวนกว่า 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์จะถูกนำไปชำระในคดีที่ 29 รัฐร่วมกันฟ้องร้องเมื่อปี 2023 ส่วนที่เหลือจะใช้จัดการกับข้อเรียกร้องจากรัฐและเขตปกครองอื่น ๆ ซึ่งทาง Meta ระบุว่า เงินก้อนนี้จะถูกนำไปสนับสนุน "โครงการความปลอดภัยออนไลน์สำหรับเยาวชน" ของแต่ละรัฐ
ความน่าสนใจคือ ข้อตกลงนี้เกิดขึ้นหลังจากการไต่สวนในศาลแคลิฟอร์เนียเปิดฉากไปได้เพียงสัปดาห์กว่าๆ เท่านั้น ซึ่งตอนแรก 4 รัฐที่เป็นโจทก์หลักได้เรียกร้องค่าเสียหายสูงถึง 1.4 ตราล้านดอลลาร์ (Trillion) และกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบภายใน โดยก่อนหน้านี้ทั้ง Adam Mosseri หัวเรือใหญ่ของ Instagram และ Mark Zuckerberg ซีอีโอของ Meta ต่างมีกำหนดการต้องขึ้นให้การในศาล แม้ Meta จะปฏิเสธมาตลอดว่าไม่ได้ทำร้ายเด็ก แถมยังลงทุนในระบบความปลอดภัยไปเยอะมาก และชี้ว่าข้อกล่าวหาไม่มีหลักฐานสนับสนุนก็ตาม โดยการยอมความครั้งนี้ Meta ก็ยังคงไม่ยอมรับผิดทางกฎหมายแต่อย่างใด
Jeff Jackson อัยการรัฐนอร์ทแคโรไลนา ระบุว่า การยอมความจะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้เร็วยิ่งขึ้น และนี่คือการยอมความนับเป็นมูลค่าที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ หากดันทุรังฟ้องร้องกันต่อไป อาจต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะได้เห็นมาตรการปกป้องเด็กบนแพลตฟอร์มเหล่านี้ ซึ่งนั่นหมายถึงความเสี่ยงที่จะต้องเสียเยาวชนไปอีกหนึ่งรุ่น
แม้เงิน 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์จะคิดเป็นเพียงส่วนน้อยเมื่อเทียบกับรายได้รวมกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์ของ Meta ในปีที่ผ่านมา แต่เงื่อนไขในการลดเวลาใช้งานของวัยรุ่นอาจส่งผลกระทบอย่างหนักต่อโมเดลธุรกิจที่พึ่งพาโฆษณาเป็นหลัก นอกจากนี้ Meta เปิดเผยว่า จะจ่ายเงิน 70% ของกองทุนยอมความให้แก่รัฐต่างๆ เป็นรายปีตลอดทศวรรษหน้า ส่วนอีก 30% ที่เหลือจะจ่ายก็ต่อเมื่อคู่แข่งอย่าง YouTube และ TikTok ยอมตกลงที่จะจ่ายเงินและปรับเปลี่ยนแอปในลักษณะเดียวกันด้วย
การเปลี่ยนแปลงสำคัญบน Facebook & Instagram ที่กำลังจะเกิดขึ้น:
ตามข้อตกลงใหม่ Meta เตรียมอัปเกรดระบบความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้วัยรุ่น (อายุ 13-17 ปี) ครั้งใหญ่ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเห็นผลในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ครับ:
- จำกัดเวลาใช้งาน 2 ชั่วโมงต่อวัน (Daily Time Limits): ตั้งค่าเริ่มต้นให้ใช้วัยรุ่นใช้งานได้รวมไม่เกิน 2 ชั่วโมงต่อวัน across ทุกแอปในเครือ โดยมีเพียงผู้ปกครองเท่านั้นที่จะแก้ไขได้
- เตือนทุก 15 นาที: จะมีระบบแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาทุกๆ 15 นาทีของการใช้งาน Facebook หรือ Instagram ต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นให้เด็กๆ รู้ตัวและใช้งานอย่างมีสติ
- โหมดกลางคืน (Night Mode): บล็อกการเข้าถึงแอปตั้งแต่เที่ยงคืนถึง 6 โมงเช้าเป็นค่าเริ่มต้น
- โหมดโรงเรียน (School Mode): ลดการส่งการแจ้งเตือน (Notifications) ในช่วงเวลาเรียน
- ซ่อนยอดไลก์ & บล็อกฟิลเตอร์สุดโต่ง: ซ่อนจำนวน Like และ Reaction บนโพสต์ของวัยรุ่นโดยอัตโนมัติ พร้อมสั่งห้ามใช้ "ฟิลเตอร์แต่งหน้าแบบสุดโต่ง" (Extreme makeup filters) กับผู้เยาว์
- ปลดล็อก Algorithmic Feed: เปิดทางให้วัยรุ่นเลือกว่าจะไม่ใช้ระบบแนะนำคอนเทนต์จากอัลกอริทึม และปิดการเล่นวิดีโออัตโนมัติ (Autoplay) ได้
- ยกระดับการตรวจจับอายุ: ทุ่มงบพัฒนาระบบตรวจสอบอายุเด็กที่หมกเม็ดโกงอายุตอนสมัคร พร้อมเรียกร้องให้ App Store เข้ามาช่วยคัดกรองอีกแรง
- เปิดให้ตรวจสอบภายนอก: ยอมให้มีผู้ตรวจสอบอิสระ (Independent Auditor) เข้ามาประเมินการทำงานและการปฏิบัติตามข้อตกลงนี้
Matthew Bergman ทนายความผู้ก่อตั้ง Social Media Victims Law Center กล่าวว่า นี่คือ "จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ" ในการลงโทษยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีที่ตั้งใจออกแบบผลิตภัณฑ์ทั้งที่รู้ว่าส่งผลเสียต่อเด็ก อย่างไรก็ตาม บรรดาองค์กรเรียกร้องสิทธิเด็กหลายกลุ่มยังคงกดดันให้สภาคองเกรสเร่งออกกฎหมายระดับประเทศ เพื่อบังคับใช้มาตรฐานความปลอดภัยออนไลน์แบบนี้กับทุกแพลตฟอร์มอย่างเท่าเทียมและถาวรในอนาคตครับ
#DRKRIT drkrit.com #กระแสไอที #ข่าวไอที #ไทยสมาร์ทซิตี้