เมื่อ AI กลายเป็น "ผู้สมัครงาน" เบอร์หนึ่งในสายตาบริษัท
ตอนนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยีเห็นตรงกันว่า AI กำลังเข้ามา Disrupt งานระดับเริ่มต้นอย่างหนัก โดยเฉพาะงานสาย White-collar หรือพนักงานออฟฟิศครับ
- Dario Amodei (CEO ของ Anthropic) คาดการณ์ว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า AI อาจจะกวาดล้างงานระดับเริ่มต้นหายไปถึง 50%
- สายคอมพิวเตอร์ (Computer Science) ที่เคยเป็น "ตั๋วทอง" สู่ความมั่นคง ตอนนี้กลายเป็นการแข่งขันที่ดุเดือดสุดๆ เพราะ AI สามารถทำงานพื้นฐานบางอย่างแทนคนได้แล้ว
- สถิติที่น่าสนใจ: ผลสำรวจจาก Pew Research Center พบว่าวัยรุ่นอเมริกากว่าครึ่งใช้ ChatGPT ช่วยทำการบ้ายไปเรียบร้อยแล้ว (ไม่ว่าจะได้รับอนุญาตหรือไม่ก็ตาม)
ทางรอดในยุค AI ปรับตัวอย่างไรให้ไปต่อได้?
ในขณะที่โรงเรียนยังง่วนอยู่กับการตัดสินว่าควรให้นักเรียนใช้ AI ดีไหม แต่นักเรียนบางส่วนเริ่มขยับตัวแล้วครับ บางคนหันไปเรียนสายงานที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะหน้าอย่าง การดูแลสุขภาพ (Healthcare) ที่ดูจะมั่นคงกว่า หรือบางคนก็เลือกที่จะ "เป็นพวกเดียวกับมัน" ไปเลย
มุมมองจากผู้บริหาร Microsoft
คุณ Colette Stallbaumer จาก Microsoft ให้ความเห็นไว้น่าคิดว่า "AI" อาจจะไม่ได้แย่งงานคุณหรอก แต่คนที่ใช้ AI เป็นนั้นแหละที่จะมาแย่งงานคุณ" เธอแนะนำให้เด็กๆ เริ่มลองผิดลองถูกกับ AI ตั้งแต่ตอนนี้ เช่น ใช้ช่วยติวหนังสือ หรือใช้หัดเขียนแอปฯ ไปเลย
สูตรลับการเรียนยุคใหม่ "ควบสอง" และ "เน้นทักษะ"
เพื่อให้รอดพ้นจากความผันผวน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำกลยุทธ์ที่น่าสนใจครับ
- Double Major: หลายคนเลือกเรียนควบทั้งสายมนุษย์ศาสตร์ และ STEM (เช่น จิตวิทยาคู่กับวิทยาศาสตร์ข้อมูล) เพื่อกระจายความเสี่ยง
- ทักษะสำคัญกว่าตำแหน่งงาน: รายงานจาก Wharton School และ Accenture ชี้ว่า เราควรมองอาชีพเป็นการ "สะสมพอร์ตโฟลิโอของทักษะ" มากกว่าการมองแค่ชื่อตำแหน่ง ทักษะอย่างการวิเคราะห์ข้อมูลที่ซับซ้อน หรือการตัดสินใจตามบริบท เป็นที่ต้องการมากกว่าคำว่า "ภาวะผู้นำ" แบบลอยๆ
- เตรียมตัวตั้งแต่วันแรก: แค่ใบปริญญาใบเดียวไม่พออีกต่อไป นักศึกษาต้องเริ่มสร้างทักษะวิชาชีพนอกห้องเรียนตั้งแต่วันแรกที่เข้ามหาลัย
โลกเปลี่ยนไปเร็วมากครับ แต่ถ้าเราไม่หยุดเรียนรู้ ผมเชื่อว่าเราจะหาที่ทางของตัวเองเจอแน่นอน
#DRKRIT drkrit.com #กระแสไอที #ข่าวไอที #ไทยสมาร์ทซิตี้