หัวหน้า Instagram ปฏิเสธในศาล: "โซเชียลมีเดียไม่ใช่สารเสพติดทางการแพทย์"

 

Adam Mosseri ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Instagram ได้ขึ้นให้การในคดีประวัติศาสตร์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยเขายืนยันความเห็นส่วนตัวว่า เข้าไม่เชื่อว่าผู้ใช้งานจะสามารถ "เสพติดทางคลินิก" (Clinically Addicted) กับแอปโซเชียลมีเดียได้

การขึ้นศาลครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้บริหารระดับสูงต้องมาตอบคำถามในคดีฟ้องร้องเรื่องการเสพติดโซเชียลมีเดีย ซึ่งคู่กรณีคือกญิงสาววัย 20 ปี นาสมมติว่า "Kaley" เธอฟ้องทั้ง YouTube และ Meta (บริษัทแม่ของ Instagram) โดยกล่าวหาว่าบริษัทเหล่านี้ตั้งใจพัฒนาฟีเจอร์ที่สร้างความเสพติดเพื่อมัดใจผู้ใช้รุ่นเยาว์ จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของเธอ

"แค่ใช้งานอย่างมีปัญหา" ไม่ใช่ "เสพติด"

ในระหว่างการซักถาม Mosseri ยอมรับว่าเขามีรายได้ต่อปีมหาศาล (บางปีแตะ 20 ล้านเหรียญสหรัฐฯ รวมโบนัสและหุ้น) แต่เขายืนยันว่าการตัดสินใจฟีเจอร์ต่างๆ ไม่ได้ทำเพื่อผลกำไรเพียงอย่างเดียว

เมื่อถูกถามเรื่องความเสพติด เขาเลี่ยงไปใช้คำว่า "Problematic use" หรือ "การใช้งานที่ก่อให้เกิดปัญหา" แทน โดยเปรียบเทียบว่าเหมือนกับการที่เรา "ดูทีวีนานเกินไปจนเริ่มรู้สึกไม่ดีกับตัวเอง" ซึ่งความรู้สึกนี้เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ไม่ใช่โรคเสพติดทางการแพทย์แต่อย่างใด (แต่เขาก็ยอมรับต่อหน้าศาลว่า ตัวเขาเองไม่ใช่หมอนะครับ)

ประเด็นร้อน ฟิลเตอร์หน้าสวย และ สุขภาพจิตเด็กสาว

ทนายความฝั่งโจทย์ได้งัดหลักฐานเด็ดเป็นอีเมลภายในปี 2019 ที่แสดงให้เห็นว่าผู้บริหาร Meta เคยถกเถียงกันเรื่องการแบน "ฟิลเตอร์ศัลยกรรม" เพราะผู้เชี่ยวชาญเห็นตรงกันว่ามัลส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ในใจ (Body Dysmorphia) ของเด็กสาว

แม้ในตอนแรก Instagram จะตัดสินใจแบนฟิลเตอร์ที่ทำให้หน้าผิดรูปทั้งหมด แต่สุดท้ายก็ถอยกลับมาแบนเฉพาะฟิลเตอร์ที่ดูเหมือนรอยแผลเป็นจากการผ่าตัด ส่วนฟิลเตอร์ที่ทำให้ปากอิ่มหรือจมูกเรียวเล็กลงนั้นยังคงอยู่ เพียงแค่ไม่นำเสนอ (Recommend) ให้ผู้ใช้เห็นบ่อยๆ เท่านั้น

กำไร หรือ ความปลอดภัย?

ฝั่ง Meta โต้แย้งว่าคดีของ Kaley นั้น สภาพจิตใจของเธอได้รับผลกระทบจากปัญหาสอบครัวเดิมอยู่แล้ว ไม่ใช่เพราะ Instagram เพียงอย่างเดียว และ Mosseri ยังเสริมว่าบริษัทไม่ได้จ้องจะทำเงินจากเด็กวัยรุ่น เพราะกลุ่มนี้กดโฆษณาน้อยและไม่มีกำลังซื้อเท่ากลุ่มผู้ใหญ่

อย่างไรก็ตาม มีการเปิดเผยข้อมูลว่า Kaley เคยใช้งาน Instagram หนักถึง 16 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่ง Mosseri ยอมรับว่านั้นคือการใช้งานที่มีปัญหาจริงๆ

คดีนี้เป็นเพียงคดีแรกจากกว่า 1,500 เคสที่ต่อคิวฟ้องยักษ์ใหญ่ไอทีอยู่ ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า แพลตฟอร์มระดับโลกจะต้องรับผิดชอบต่อสุขภาพจิตของเยาวชนมากน้อยแค่ไหนในอนาคต

#DRKRIT drkrit.com #กระแสไอที #ข่าวไอที #ไทยสมาร์ทซิตี้