OpenAI vs Anthropic: เมื่อยักษ์ใหญ่ AI ลงสนามการเมือง
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา Anthropic (ผู้สร้าง Claude) เพิ่งประกาศทุ่มเงิน 20 ล้านดอลลาร์ ให้กับกลุ่มการเมืองที่สนับสนุนการ "ควบคุม" AI อย่างเข้มงวด แต่ฝั่งคู่ปรับเบอร์หนึ่งอย่าง OpenAI กลับบอกพนักงานชัดเจนว่า "เราจะไม่ทำแบบนั้น"
ทำไม OpenAI ถึงเลือก "ไม่จ่าย"?
Chris Lehane หัวหน้าฝ่านกิจการระดับโลกของ OpenAI ให้เหตุผลว่าบริษัทต้องการความเป็นกลางและก้าวข้ามขั้วการเมือง (Non-partisan) โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้ครับ
- ต้องการคุมเงินเอง: OpenAI ไม่อยากบริจาคผ่านกลุ่ม Super PAC หรือองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรบางประเภท เพราะต้องการควบคุมทิศทางการใช้จ่ายด้านการเมืองด้วยตัวเอง
- เน้นกฎหมายระดับประเทศ: พวกเขาหนุนการสร้างโครงสร้างกฎหมายระดับสหพันธรัฐ (Federal Framework) มากกว่าการปล่อยให้แต่ละรัฐออกมาตรการสะเปะสะปะ
เบื้องหลัง "กระเป๋าใครกระเป๋ามัน"
ถึงแม้บริษัท OpenAI จะไม่จ่าย แต่ระดับผู้บริหารและนักลงทุนจัดเต็มครับ
- Greg Brockman (Co-founder): ร่วมกับภรรยาบริจาคไปแล้ว 25 ล้านดอลลาร์ ให้กลุ่มที่หนุน Donald Trump
- กลุ่ม Leading the Future: เหล่านักลงทุนของ OpenAI ลงขันกันกว่า 100 ล้านดอลลาร์ เพื่อต่อต้านกฎระเบียบระดับรัฐ (State-level) โดยมองว่ามันขัดขวางนวัตกรรม
Anthropic กับกลยุทธ์ "ความปลอดภัยต้องมาก่อน"
ฝั่ง Anthropic ชูจุดขายเรื่อง AI Safety มาตลอด โดยมองว่าการมีกฎระเบียบที่ยืดหยุ่นแต่รัดกุมจะช่วยให้สหรัฐฯ ชนะสงคราม AI ได้ แต่จุดยืนนี้ก็ทำให้พวกเขาโดน David Sacks (White House AI Czar) วิจารณ์ยับว่าเป็นการใช้ความกลัวมาบีบให้เกิดการผูกขาด (Regulatory Capture)
สงครามนี้สะท้อนให้เห็นว่า AI ไม่ใช่แค่เรื่อง Code อีกต่อไป แต่มันคือเรื่องของ อำนาจและการควบคุม OpenAI เน้นความคล่องตัวและอยากให้รัฐบาลกลางเป็นคนคุมกฎชุดเดียว (วึ่งมักจะเอื้อต่อบริษัทใหญ่มากกว่า)
- Anthropic: เน้นการสร้างภาพลักษณ์ผู้พัฒนาที่รับผิดชอบ แต่อาจถูกมองว่าพยายามใช้กฎหมายมาสกัดกั้นคู่แข่ง
#DRKRIT drkrit.com #กระแสไอที #ข่าวไอที #ไทยสมาร์ทซิตี้