เมื่อโฆษณา Super Bowl พยายามบอกเราว่า "จงหยุดกังวล แล้วมารัก AI กันเถอะ"

 

ถ้าถามว่าข้อความสำคัญที่แฝงอยู่ในโฆษณาช่วงศึก Super Bowl เมื่อคืนที่ผ่านมาคืออะไร? คำตอบชัดเจนมากครับ คือเขากำลังพยายามกล่อมเราว่า "AI คือเพื่อนแท้ของคุณนะ"

ท่ามกลางกระแสความกังวลว่า AI จะมาแย่งงานเราไหม? หรือจะทำให้เด็กจบใหม่หางานยากขึ้นหรือเปล่า? เหล่าบริษัทเทคโนโลยีกลับใช้เม็ดเงินมหาศาลในช่วงโฆษณาที่มีผู้ชมมากที่สุดในโลก เพื่อนำเสนอภาพลักษณ์ใหม่ว่า

  • คนธรรมดาที่เขียนโค้ดไม่เป็น ก็สร้างแอปฯ เองได้ด้วย AI
  • หนุ่มมาดเด๋อที่ทำอาหารไม่เป็น ก็โชว์ฝีมือมัดใจเดทได้ด้วยความช่วยเหลือจาก AI
  • แม้แต่เรื่องส่วนตัวอย่างการปลอบใจเด็กที่ต้องย้ายบ้าน หรือการตามหาหมาหลง AI ก็พร้อมเป็นฮีโร่ให้คุณ

ทำไมต้องทุ่มเงินจ้างเราให้ "สบายใจ"?

ผลสำรวจจากหลากหลายสำนักระบุชัดครับว่า คนอเมริกีนส่วนใหญ่ (โดยเฉพาะ Gen Z และกลุ่มผู้หญิง) กลัวว่า AI จะทำลายตำแหน่งงานมากกว่าสร้างงานใหม่ แถมมีคนถึง 4 ใน 10 ที่บอกว่าแทบไม่เคยแตะเครื่องมือ AI เลย

นี่คือเหตุผลที่ค่าย AI ยอมทุ่มเงินกว่า 8 ล้านดอลลาร์ (เกือบ 300 ล้านบาท) ต่อโฆษณาแค่ 30 วินาที เพื่อขาย "ความสบายใจ" (Peace of Mind) เพราะถ้าผู้บริโภคยังระแวงและไม่ยอมควักเงินซื้ออุปกรณ์หรือสมัครบริการ AI บริษัทเหล่านี้ที่ลงเงินไปแล้วหลายแสนล้านดอลลาร์อาจจะเหนื่อยหนักในการปั้นกำไรจนตลาดหุ้นขวัญผวาได้

ความจริง vs สิ่งที่เห็นในจอ

ในขณะที่โฆษณาพยายามบอกว่า AI คือ "วิวัฒนาการทางความคิดสร้างสรรค์" และไม่ใช่เรื่องน่ากลัวเหมือนในหนังไซไฟ (บางโฆษณาถึงขั้นเอา Matthew Broderick มาโชว์วิธีใช้ AI ช่วยโดดงานวันจันทร์หลังจบ Super Bowl แบบเนียนๆ ด้วยซ้ำ)

แต่ในโลกความเป็นจริง ผู้เชี่ยวชาญยังคงเตือนเรื่อง

  1. การตกงานขนานใหญ่ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
  2. ค่าไฟ-ค่าน้ำที่อาจพุ่งสูงขึ้น จากการสร้าง Data Center ขนาดมหึมาเพื่อรองรับ AI

กระแสโต้กลับ "นี่เราอยู่ในนรกหรือเปล่า?"

แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะเคลิ้มตามครับ ในโซเชียลมีเดียอย่าง X (Twitter) มีเสียงบ่นอุบ เช่น "เจอโฆษณา AI ไป 3 ตัวใน 45 นาทีแรก นี่เราอยู่ในนรกใช่ไหม" หรือบางคนถึงขั้นบอกว่าถ้าเห็นโฆษณา AI อีกตัวเดียวจะสติแตกแล้ว

ท้ายที่สุดแล้ว ความท้าทายของอุตสาหกรรม AI ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่คือการเอาชนะใจคนครับ ผลสำรวจจาก Pew Research Center สรุปไว่าน่าสนใจว่า "คนส่วนใหญ่กังวลมากกว่าตื่นเต้น และกลัวว่า AI จะ มาทำลายความคิดสร้างสรรค์รวมถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างมนุษย์"

#DRKRIT drkrit.com #กระแสไอที #ข่าวไอที #ไทยสมาร์ทซิตี้